ใบขับขี่เป็นเอกสารสำคัญที่ผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกคนต้องมี และต้องต่ออายุเป็นระยะ เนื่องจากปัจจุบันไม่มีใบขับขี่ตลอดชีพแล้ว การต่อใบขับขี่จึงเป็นหน้าที่ที่ผู้ขับขี่ต้องดำเนินการเพื่อให้สามารถใช้รถใช้ถนนได้อย่างถูกกฎหมาย บทความนี้จะแนะนำขั้นตอน เอกสารที่จำเป็น และข้อควรรู้เกี่ยวกับการต่อใบขับขี่ในประเทศไทย สำหรับปี 2567
1. ประเภทของการต่อใบขับขี่
1.1 การต่อใบขับขี่จากชนิดชั่วคราว (2 ปี) เป็น 5 ปี
- สำหรับผู้ที่มีใบขับขี่ชั่วคราวและต้องการเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ 5 ปี
- ต้องมีใบขับขี่ชั่วคราวอายุไม่ต่ำกว่า 1 ปี
1.2 การต่อใบขับขี่ชนิด 5 ปี เป็น 5 ปี
- สำหรับผู้ที่มีใบขับขี่ 5 ปีและต้องการต่ออายุ
2. เอกสารที่ต้องเตรียมในการต่อใบขับขี่
2.1 เอกสารทั่วไป
- บัตรประชาชนฉบับจริง
- ใบขับขี่เดิมหรือใบแทน (กรณีต่อใบขับขี่ 5 ปี)
- ใบรับรองแพทย์ (ออกไม่เกิน 1 เดือนก่อนวันยื่นคำขอ)
2.2 ข้อกำหนดของใบรับรองแพทย์
- ต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่อาจเป็นอันตรายขณะขับรถ
- ยืนยันว่าไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
3. ขั้นตอนการต่อใบขับขี่
3.1 การจองคิว
- จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue
- หรือเลือก Walk In แบบไม่ต้องจองคิว

3.2 การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
- ทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ
- ทดสอบสายตาทางลึกและทางกว้าง
- ทดสอบปฏิกิริยาเท้าในการเหยียบเบรก
3.3 การถ่ายรูปและชำระค่าธรรมเนียม
- ถ่ายรูปสำหรับพิมพ์ใบขับขี่
- ชำระค่าธรรมเนียม (รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท)
4. การต่อใบขับขี่ออนไลน์
4.1 ระบบ e-Learning
- อบรมผ่านเว็บไซต์ www.dlt-elearning.com
- ไม่ต้องเสียเวลาไปอบรมที่ขนส่ง
4.2 ขั้นตอนการอบรมการต่อใบขับขี่ออนไลน์
- ลงทะเบียนในระบบ
- เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด
- ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
5. ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการต่อใบขับขี่
5.1 ระยะเวลาในการต่อใบขับขี่
- สามารถต่อล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน (3 เดือน) สำหรับใบขับขี่ 5 ปี
- สามารถต่อล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 วัน (2 เดือน) สำหรับใบขับขี่ชั่วคราว
5.2 กรณีใบขับขี่หมดอายุ
- หากสิ้นอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่
- หากสิ้นอายุเกิน 3 ปี ต้องอบรม ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถ
การต่อใบขับขี่เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ขับขี่ต้องดำเนินการเพื่อให้สามารถใช้รถใช้ถนนได้อย่างถูกกฎหมาย โดยมีทั้งการต่อแบบปกติที่ต้องไปดำเนินการที่กรมการขนส่งทางบก และการต่อแบบออนไลน์ผ่านระบบ e-Learning ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ควรเตรียมเอกสารให้พร้อมและดำเนินการต่อใบขับขี่ก่อนวันหมดอายุเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและขั้นตอนที่ยุ่งยากในภายหลัง หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ Call Center 1584 หรือ Line ID: @dltnews ของกรมการขนส่งทางบก

